02 800 9090
Perfect Companion Group Co., Ltd.
TH
กิจกรรมและชุมชน
หน้าหลัก / บทความ
บทความ
OCT
05

คู่มือสำหรับทาสแมวมือใหม่: วิธีเลี้ยงลูกแมวให้มีสุขภาพดีและมีความสุข

by admin / October 05, 2020

หมวดที่ 1: ธรรมชาติและพัฒนาการของลูกแมว

สำหรับมือใหม่ การทำความเข้าใจพัฒนาการหรือธรรมชาติการเติบโตของลูกแมวก่อนเป็นอันดับแรกจะช่วยให้คุณมองเห็น ‘แนวทางการเลี้ยงดู’ ของคุณอย่างชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละช่วงวัยลูกแมวจะมีพัฒนาการและความต้องการสำคัญใดบ้าง มาเรียนรู้กันผ่านตารางสรุปนี้เลย

ตารางที่ 1. พัฒนาการและความต้องการสำคัญของลูกแมวในแต่ละช่วงอายุ

อายุ

พัฒนาการและความต้องการสำคัญ

น้อยกว่า 8 สัปดาห์

  • ในช่วงอายุเริ่มแรกนี้ ลูกแมวจะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในหลายด้าน รวมทั้งไม่สามารถควบคุมหรือปรับอุณหภูมิร่างกายให้อยู่รอดได้ด้วยตนเอง บทบาทของ ‘แม่แมว’ ต่อลูกแมวในวัยนี้จึงถือว่าสำคัญมากเนื่องจากแม่แมวจะเป็นผู้คอยให้ ‘ความอบอุ่น’ และดูแลในระดับพื้นฐานหลายอย่างตั้งแต่การให้นมจนถึงการกระตุ้นให้ลูกขับถ่าย 
  • หน้าที่สำคัญของผู้เลี้ยงลูกแมวในช่วงวัยนี้จึงเป็นการจัดเตรียมที่ทางให้ลูกแมวได้ใช้เวลากับแม่แมวอย่างมากที่สุด ทว่าหากลูกแมวกำพร้า ไม่มีแม่คอยดูแล ผู้เลี้ยงสามารถทำหน้าที่เป็นดั่งแม่แทนได้เช่นกันผ่าน 2 หน้าที่หลักคือ 1) การให้ความอบอุ่นทดแทนด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การกกให้ความอบอุ่นด้วยกระเป๋าน้ำร้อนหรือไฟฟ้า และ 2) การป้อนนมทุก ๆ 2 ชั่วโมง จนเข้าสัปดาห์ที่ 4 จึงค่อยเริ่มลดความถี่และภาวะหย่านม

8 - 11 สัปดาห์ 

  • เมื่อเริ่มเข้า 8 สัปดาห์ ลูกแมวควรหย่านมอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วและคุ้นเคยกับการกิน ‘อาหารลูกแมว’ แบบปกติเพื่อให้ร่างกายเติบโตอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ตามวัย (รับประทานเพียงแค่นมไม่เพียงพอแล้วนะคะ) 
  • แมวในช่วงวัยนี้ถือว่าเริ่มเข้าสู่ช่วง ‘วัยเด็กของแมว’ อย่างสมบูรณ์แบบแล้วและอาจมีพฤติกรรมซนต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเขาเอง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงวัยนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องคอยจับตาลูกแมวเป็นพิเศษ คอยดูแลไม่ให้ใกล้ชิดหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย และอาจกำหนดให้เขาอยู่เฉพาะในขอบเขตห้องใดห้องหนึ่ง เป็นต้น

2-3 เดือน

  • ลูกแมวในช่วงวัย 2-3 เดือนถือเป็นช่วง ‘แห่งการเติบโตอย่างรวดเร็ว’ และ ‘พลังงาน’ ที่เขาต้องการในแต่ละวันเรียกว่ามากกว่าแมวผู้ใหญ่เกือบ 3 เท่า ด้วยเหตุนี้ แมวในวัยนี้จึงจะกินจุและกินบ่อยเป็นพิเศษ อย่างน้อย 3-4 มื้อต่อวัน

4-6 เดือน

  • เมื่ออายุล่วงเข้าราว 5-6 เดือน ลูกแมวของเราก็เริ่มเข้าสู่ ‘วัยรุ่น’ กันแล้วค่ะ เมื่อเข้าสู่วัยหัวเลี้ยวหัวต่อนี้แน่นอนว่าต้องมี ’เรื่องทางเพศ’ เข้ามาข้องเกี่ยว สำหรับเพศผู้ แน่นอนว่าในช่วงติดสัด ส่วนใหญ่มักจะฉี่เรี่ยราดเพื่อสร้างอาณาเขต ส่วนเพศเมียก็อาจท้องขึ้นมาโดยที่ผู้เลี้ยงไม่ทันตั้งตัว ด้วยเหตุนี้ หากใครยังไม่มีแพลนจะขยายครอบครัวน้องแมวของตนเอง หรือไม่อยากมีภาระการเลี้ยงดูเพิ่ม สามารถเริ่มพิจารณา ‘ทำหมัน’ ลูกแมวของเราในช่วงเวลานี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุครบ 1 ปี 

ล่วงเข้า 1 ปี

  • เมื่อล่วงเข้าอายุ 1 ปี ลูกแมวส่วนใหญ่ก็จะเริ่มสิ้นสุด ‘ภาวะวัยรุ่น’ กันแล้วและเริ่มก้าวเข้าสู่ ‘วัยผู้ใหญ่’ อย่างเต็มตัว

หมวดที่ 2: การให้นมและอาหาร

ในตารางข้างต้น เราได้เรียนรู้แล้วว่าลูกแมวในช่วงอายุแรกเริ่มจะต้องการนมเป็นหลักในขณะที่เมื่อเริ่มเข้า 4 สัปดาห์ พวกเขาจะเริ่มต้องการอาหารลูกแมวแบบปกติ โดยในรายละเอียด สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้ค่ะ

  • นม - ลูกแมวช่วงอายุ 0-4 สัปดาห์ 

สำหรับวิธีเลี้ยงลูกแมวแรกเกิด หากมีแม่แมวคอยอยู่เคียงข้าง แน่นอนว่าในช่วงนี้ ผู้เลี้ยงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการให้นมเนื่องจากแม่แมวก็จะเป็นผู้คอยให้นมลูกเอง 

ทว่าสำหรับใครที่เลี้ยงลูกแมวกำพร้าหรือรับลูกแมวเดี่ยวมาเลี้ยง สามารถเลือกให้ ‘นมทดแทน’ 2 ประเภท ได้แก่ 

1.1) ประเภทนมผง - เป็นสูตรนมผงเฉพาะที่แต่ละแบรนด์อาจคิดค้นและผลิตออกมาตามแต่จุดขายของแต่ละแห่ง 

1.2) ประเภทแบบเหลว - สำหรับนมแบบเหลว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้ำนมแท้แบบพร้อมทาน (ไม่ต้องรอน้ำอุ่น ไม่ต้องชง) เพียงแค่เปิดฝาแล้วเทลงในชาม ลูกแมวก็สามารถทานได้เลย โดยสำหรับในนมประเภทนี้ แนะนำให้เลือกเป็นเฉพาะ ‘นมแพะ’ เท่านั้นนะคะ เนื่องจากเป็นน้ำนมประเภทเดียวที่เหมาะกับระบบขับถ่ายและร่างกายของแมวมากที่สุด ไม่ควรให้นมวัว

  • อาหาร - ลูกแมวช่วงอายุ 4 สัปดาห์ขึ้นไป

ลูกแมวในช่วงวัยนี้ควรเริ่มเข้าสู่ภาวะหย่านมและเริ่มกินอาหารแมวแบบปกติ อาหารแมวส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่ อาหารแมวแบบเปียกและอาหารแมวแบบเม็ด และสำหรับลูกแมวก็เช่นเดียวกัน โดยสำหรับในช่วงแรก PCG แนะนำว่าควรเลือกให้เป็น ‘อาหารลูกแมวแบบเปียกก่อน’ เนื่องจากเคี้ยวง่ายกว่าและช่วยให้ลูกแมวอิ่มเร็วในอัตราที่เหมาะสม (เพราะสัดส่วนน้ำที่มากกว่าอาหารแบบเม็ด) และเมื่อลูกแมวของเราเริ่มคุ้นชินกับอาหาร จึงอาจเริ่มผสมผสาน ‘อาหารแมวแบบเม็ด’ ร่วมด้วยซึ่งจะมีโภชนาการสำคัญอีกแบบที่สำคัญต่างจากแบบเปียก อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าลูกแมวส่วนใหญ่จะต้องการพลังงานมากกว่าแมวผู้ใหญ่เป็นพิเศษ อย่างน้อย 3-4 มื้อต่อวัน รวมทั้งการให้น้ำดื่มสะอาดควบคู่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้อาหารลูกแมว สามารถอ่าน 5 สิ่งต้องรู้ในการให้อาหารลูกแมว

หมวดที่ 3: การฝึกขับถ่าย

สำหรับลูกแมวในช่วง 0-4 เดือน (ช่วงเริ่มแรก, ช่วงป้อนนม) ร่างกายของเขาจะยังไม่สามารถขับถ่ายด้วยตนเองได้โดยง่ายแต่ต้องอาศัยแรงกระตุ้นจากแม่แมวหรือผู้เลี้ยงสักหน่อย โดยสำหรับผู้เลี้ยง หลังป้อนนมเสร็จเรียบร้อยแล้วในแต่ละครั้ง สามารถใช้สำลีชุบกับน้ำอุ่น เช็ดบริเวณก้นลูกแมวไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเขาจะเริ่มขับถ่ายออกมา หากยังไม่ขับถ่าย ก็ให้รอรอบหลังให้นมครั้งถัดไป ทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ลูกแมวมีสุขภาพการขับถ่ายที่ดี

เมื่อลูกแมวอายุเริ่ม 4 สัปดาห์และเริ่มเดินได้ สามารถหากระบะทรายมาวางไว้และฝึกให้เขาขับถ่ายในกระบะทรายดังกล่าว เมื่อพบของเสียงในกระบะทราย ก็ให้ตักออกเรื่อย ๆ และควรเปลี่ยนทรายและล้างกระบะอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 หรือ 2 ครั้ง เพื่อรักษาความสะอาดและสุขภาพระบบขับถ่ายของลูกแมว

หมวดที่ 5: การพบสัตวแพทย์

คล้ายกับมนุษย์เช่นเรา ลูกแมวเองก็ต้องการการดูแลจากแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายและการฉีดวัคซีน PCG ขอแนะนำว่าเหล่าพ่อ-แม่แมวทุกท่านควรนัดหมายพบปะกับสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรืออย่างน้อยไม่ควรเกิน 1 อาทิตย์หลังจากรับแมวมา สาเหตุก็เพราะยิ่งเร็วเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นภาพรวมการดูแลด้านสุขภาพของลูกแมวเรามากขึ้น และควรปฏิบัติตามนัดฉีดวัคซีนที่สัตวแพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

หมวดที่ 6: การฝึกให้เชื่องและคุ้นชินกับผู้คน

อีกหนึ่งประการสำคัญที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้ามก็คือการฝึกให้ลูกแมวคุ้นชินกับผู้คนและสังคมตั้งแต่แรกเริ่มเนื่องจากการฝึกในช่วงนี้จะช่วยให้เขามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้นเมื่อยามเติบโต รวมทั้งยังถือเป็นช่วงเวลาการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงและลูกแมว 

โดยก้าวแรกในกระบวนการนี้แน่นอนว่าคือการเตรียม ‘ที่ข่วนเล็บแมว’ มาไว้ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากเนื่องจากส่วนใหญ่แมวจะมีพฤติกรรมข่วน การเตรียมที่ข่วนเล็บแมวไว้จะช่วยให้เขาไม่ข่วนทั้งผิวหนังผู้เลี้ยงและสิ่งของภายในที่อยู่ และเมื่อใดที่เราพบว่าเขาอาจข่วนสิ่งของ ก็ค่อย ๆ ชักชวนให้เขาไปข่วนที่ข่วนแทน จะช่วยให้เขาพัฒนานิสัยข่วนเป็นที่ได้ค่ะ นอกจากนี้ยังอาจเตรียมของเล่นไว้ให้เขาและพาเขาออกไปเดินเล่นบ้างเป็นบ้างครั้ง ให้ได้พบเจอกับแมวตัวอื่น ๆ และใช้เวลากับผู้คน 

จบลงแล้วสำหรับคู่มือการเลี้ยงลูกแมวฉบับเพื่อเหล่าพ่อแม่มือใหม่ที่วันนี้ PCG ได้นำมาฝากทุกท่าน ทุกข้อถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญทีเดียวที่จะทำให้ลูกแมวของเราเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ในบทความคราวถัดไป เราจะมาพร้อมกับหัวข้อใดเพื่อเหล่าทาสแมวกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ